วันศุกร์ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2552

7 เคล็ดลับอ่านให้จำได้

1. ต้องสร้างทัศนคติที่ดีต่อการอ่านหนังสือซะก่อน หากมีทัศนคติที่แย่ๆ ต่อการอ่านหนังสือแล้ว อ่านถึง 10 รอบก็ไม่มีทางจำได้ อ่านเยอะอย่างไรก็ไม่เข้าหัว

2. เมื่อมีทัศนคติที่ดีต่อการอ่านหนังสือแล้ว ก็ต้องมาสร้างแรงจูงใจในการอ่านหนังสือด้วย แรงจูงใจจะเป็นตัวผลักดันและกระตุ้นให้มีความอยากในการอ่านหนังสือ ซึ่งวิธีการสร้างแรงจูงใจก็คือ พยายามคิดถึงผลที่จะเกิดขึ้น ถ้าเราอ่านหนังสือสำเร็จ เช่น ถ้าเราตั้งใจอ่านหนังสือและเตรียมความฟิตให้ตัวเองจนพร้อมแล้ว เราก็สามารถตะลุยข้อสอบได้ ผลก็คือได้คะแนนเป็นที่น่าพอใจ จากจุดนี้ก็จะทำให้เราได้เกรดสูงๆ หรือไม่ก็ Admissions ติด พ่อ แม่ พี่ น้อง ก็จะดีใจหรืออาจจะได้รับของขวัญเล็กๆ น้อยๆ จากท่านอีกก็ได้ อิอิ

3. พยายามสรุปเรื่องที่เราอ่านแล้วจำเป็นรูปภาพ ปกติแล้วมนุษย์จะจำเรื่องราวทั้งหมดเป็นรูปภาพ หลายๆวิชาที่ไม่มีรูปภาพประกอบทำให้เราอ่านแล้วไม่สามารถจินตาการ หรือจดจำได้ ให้เพื่อนๆ สรุปเรื่องที่เราอ่านแล้ว นำมาทำเป็น My map เพื่อเชื่อมโยงในส่วนที่สัมพันธ์กันและวาดให้เป็นความเข้าใจของตัวเอง จะทำให้จำได้แม่นขึ้น

4. หาเวลาติวให้เพื่อน เป็นวิธีการทบทวนความรู้ไปในตัวได้ดีที่สุด เพราะเราจะสอนออกมาจากความเข้าใจของตัวเราเอง หากติวแล้วเพื่อนที่เราติวให้เข้าใจ ถือว่าเราแตกฉานในความรู้นั้นได้อย่างแท้จริง

5. เน้นการตะลุยโจทย์ให้เยอะๆ พยายามหาข้อสอบย้อนหลังมาทำให้ได้มากที่สุด เพราะการตะลุยโจทย์จะทำให้เราจำได้ง่ายกว่าการอ่านเนื้อหา

6. เตรียมตัวและให้ความสำคัญในการอ่านหนังสือในวิชาที่เราถนัดมากกว่าวิชาที่ดันไม่ขึ้น หลายคนเข้าใจผิด ไปทุ่มเทเวลาให้กับวิชาที่เราไม่ถนัด วิชาไหนที่เราไม่ถนัด ดันยังไงมันก็ไม่ขึ้น เสียเวลาเปล่า เอาเวลาไปทุ่มให้กับวิชาที่เราทำได้ให้ชัวร์ดีกว่า จะได้เอาคะแนนไปถัวเฉลี่ยกับวิชาอื่นๆ แบบนี้เข้าท่ากว่าเยอะนะ

7. สมาธิเป็นสิ่งสำคัญมากในการอ่านหนังสือ การอ่านหนังสือให้มีประสิทธิภาพ ต้องมีสมาธิดี ใครที่สมาธิสั้น จะจำยาก ลืมง่าย ใครสมาธิดี จะจำง่าย ลืมยาก การอ่านหนังสือ ต้องอ่านต่อเนื่องอย่างน้อย ชั่วโมงครึ่ง 30 นาทีแรกจิตใจของเรากำลังฟุ้ง ให้พยายามปรับให้นิ่ง 60 นาทีหลัง ใจนิ่งมีสมาธิแล้วก็พร้อมรับสิ่งใหม่ เข้าสู่สมอง ที่สำคัญอย่าเอาขยะมาใส่หัว ห้ามคิดเรื่องพวกนี้ซักพักเช่น เรื่องหนัง , เกม , แฟน พยายามออกกำลังกาย ดูแลสุขภาพ สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้จิตใจเรานิ่งขึ้น

สัปดาห์แห่งการสอบ

สัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์แห่งการสอบ เพราะเป็นการสอบเก็บคะแนนกลางภาค วันที่สอบชั้นม.ต้นสอบ 2 วัน ส่วนชั้นม.ปลายสอบ 3 วัน
คือ วันจันทร์ พุธ และศุกร์ ในสัปดาห์ที่สอบดิฉันไม่ได้เปิดcomputerเลย เพราะอ่านหนังสือตลอดวันที่หยุด การบ้านก็มากมายเท่าภูเขา พอสอบเสร็จก็สะสางชุดใหญ่เลย ดีใจจังใกล้ถึงวันคริสต์มาสแล้ว ต้องเอาถุงเท้าไปแขวน ซานต้าจะได้ให้ของขวัญ(เพื่อนๆเชือกันหรือเปล่า)เป็นความเชื่อตอนเด็กๆที่เชื่อว่า ซานต้ามีจริงแต่พอโตก็รู้ว่า ซานต้าคือคนที่อยู่ใกล้เราที่สุด นั้นคือ พ่อแม่ของเราเอง
เพื่อนเห็นกันแล้วใช่ไหมว่า ก่อนวันคริสต์มาสเราขออะไร วันคริสต์มาสเราก็จะได้อย่างนั้นเพราะพ่อแม่รักเราและพร้อมที่จะให้เราทักอย่าง เพื่อนต้องรักพ่อแม่ให้มากๆนะ

วันอาทิตย์ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2552

พ่อสุดประเสริฐของลูก


เมื่อวานเป็นวันพ่อแห่งชาติ ดิฉันได้ทำในสิ่งที่อยากทำมากมายแต่ไม่ได้หมายความว่าดิฉันกระทำเฉพาะวันพ่อเท่านั้น ดิฉันกระทำทุกวัน แต่อาจจะพิเศษจากเดิม เช่น ตอนเย็นของวันศุกร์ดิฉันออกไปหาซื้อพวงมาลัยว่าจะใช้มาไหว้พ่อวันเสาร์ แต่ไปช้าพวงมาลัยเหลือแต่ไม่สวย ดิฉันเลยตั้งใจว่าจะซื้อวันพรุ่งนี้ตอนเช้าโดยไม่บอกให้ใครรู้ แต่เกิดเหตุขัดข้องนิดหน่อยเลยไม่ได้ไป ตอนบ่ายประจวบเหมาะดิฉันเลยไปซื้อพวงมาลัย ที่ร้านขายดอกไม้มีพวงมาลัยหลายขนาด หลายราคาขั้นต่ำตั้งแต่ 10 บาทถึง 120 บาท ในตอนแรกดิฉันจะซื้อพวงมาลัยพวงละ 100 บาทเพราะเห็นว่ามันสวย เป็นดอกมะลิที่ขาวบริสุทธิ์สื่อแทนความรักที่ดิฉันมีให้พ่อได้อย่างเต็มเปี่ยม แต่ดิฉันก็ซื้อไม่ได้เพราะเอาเงินไปไม่พอจึงซื้อพวงมาลัยพวงละ 60 บาทมาแทน เป็นพวงมาลัยดอกมะลิทั้งพวง ตรงปลายเป็นดอกกุหลาบสีชมพู ( น้าออกเงินให้ในบางส่วน )พอถึงบ้านดิฉันเอาพวงมาลัยใส่ตู้เย็นโดยไม่ให้แม่เห็น แต่ความลับไม่มีในโลกแม่เห็นและถามว่า ซื้อมาให้พ่อหรอก ดิฉันตอบว่า ค่ะจะsurpriseพ่อกับแม่ซักหน่อย แม่เห็นไม่surpriseเลย อย่าบอกพ่อนะ
พอถึงตอนกลางคืนดิฉันก็เข้าไปกราบพ่อและอวยพร พร้อมกับขอโทษในสิ่งที่ดิฉันทำไม่ดีกับท่าน ท่านก็อวยพรให้ดิฉันพร้อมถ่ายรูปด้วยกัน ดิฉันเห็นรอยยิ้มของท่าน ดิฉันก็มีความสุขมากๆเลย ในวันพ่อปีนี้เพื่อนๆไปกราบท่านและทำตัวเป็นลูกที่ดีกับท่านแล้วหรือยัง ? ถ้ายังเพื่อนก็รีบทำนะเพราะทุกอย่างไม่แน่นอน ท่านอาจจะไม่อยู่ให้เรากราบแล้วก็ได้

ปล.ดิฉันมาเขียนในวันนี้เพราะเมื่อวานดิฉันดีใจและตื่นเต้น จนลืมมาเขียนเลยขอโทษด้วยนะ

วันพฤหัสบดีที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

จะสอบอะไรกันนักกันหนา


วันนี้มีการสอบพร้อมส่งการบ้านมากมาย เช่น ส่งงานคุณครูสหัสนัย คุณครูเพ็ญนภาและคุณครูอีกๆท่าน การทำการบ้านคุณครูหลายๆท่านก็ไม่หนักสักเท่าไรแต่ที่หนักก็คือ นอกจากจะต้องทำการบ้านส่งแล้วยังสอบอีก 2 วิชาคือ วิชาคณิตศาสตร์และวิชาฟิสิกส์ วิชาคณิตศาสตร์ดิฉันก็ยังไม่เข้าใจเพราะคุณครูสอนเร็วมาก ส่วนวิชาฟิสิกส์คุรครูก็สอนดีมาก แต่อาจเป็นเพราะดิฉันไม่ค่อยชอบฟิสิกส์เป็นทุนเดิม เนื่องจากก่อนที่ดิฉันจะมาเรียนกับคุณครูท่านนี้ ดิฉันเคยเรียนกับคุณครูที่สอนไม่รู้เรื่อง ทำให้ดิฉันเกลียดวิชาฟิสิกส์ไปเลย ดิฉันก็พยายามทำใจให้ชอบ เพราะการที่เราไม่ชอบสิ่งใดแล้วจะต้องทำ สิ่งที่ออกมาก็จะไม่ดีเพระเราไม่ได้ทำจากใจจริง เป็นการกระทำที่ขัดกับที่ใจสั่ง แต่อย่างไรเสียดิฉันก็ต้องอดทนและต้องผ้านมันให้ได้ เพื่อนๆก็เหมือนกันอย่าท้อแท้และสิ้นหวัง สู้กันต่อไป

วันพุธที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

วันหยุด 5 วัน

โรงเรียนสั่งให้หยุด 1 สัปดาห์เนื่องจากใช้โรงเรียนเป็นที่พักนักกีฬาในการแข่งขันของแต่ละจังหวัด แต่ที่สำคัญโรงเรียนอื่นๆสั่งหยุด 2สัปดาห์ โรงเรียนของเราบอกว่า กลัวนักเรียนเรียนหนังสือไม่ทัน ตอนแรกๆ เพื่อนที่ห้องแตกบ่นว่าน่าอิจฉาโรงเรียนจัง การบ้านก็เยอะแต่ไม่ได้หยุด เซ็งมากๆ และเมื่อวันที่นักกีฬาแต่ละจังหวัดเข้ามาแข่งขันที่โรงเรียน คุณครูบางท่านปล่อยให้นักเรียนไปดูการแข่งขันเพราะเป็นการผ่อนคลายให้กับนักเรียนอีกอย่างหนึ่ง นักเรียนจะได้ไม่เครียด แต่เหตุการณ์ต่างๆก็เกิดขึ้นเมื่อเพื่อนไปดูการแข่งขันและก็แอบปลื้มนักกีฬาของจังหวัดราชบุรี ซึ่งเป็นฝาแฝดกัน ดิฉันไม่ได้เห็นหน้าตาหรอกแต่ได้ยินจากเพื่อนที่พูดกัน ตอนแรกดิฉันก็คิดว่าชอบแค่ 2-3 คน แต่ความเป็นจริงชอบกันเยอะมากๆ ดิฉันเห็นแว่บๆตอนไปทำงานธนาคาร ดิฉันไม่รู้สึกเหมือนเพื่อนๆที่ชอบกันมากๆ รู้สึกเฉยๆมากกว่า จะทำไงได้เหมือนคนเราชอบไม่เหมือนกัน แต่ในการชอบแต่ละอย่างวเราควรมีขอบเขตใช้กับตัวเอง ไม่มากไม่น้อยเกินไป

วันพุธที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

ตะลึง!! 10 เมืองที่มีมลพิษเยอะที่สุดในโลก

10.เมือง คับเว ประเทศแซมเบีย เมืองคับเวเคยรุ่งเรืองด้วยอุตสาหกรรมเหมืองแรสังกะสีและตะกั่วจนถึงปี 1994อุตสาหกรรมนี้ได้ทิ้งฝุ่นตะกั่วไว้ในดินโลหะหนักไว้ในน้ำ งานวิจัยระบุว่ามีการกระจายของตะกั่ว แคดเมียม ทองแดง สังกะสี ปนเปื้อนอยู่ในดินในปริมาณที่สูงกว่ามาตรฐานขององค์การอนามัยโลก ในรัศมี 20 กิโลเมตรมีประชาชนได้รับผลกระทบ 255,000 ตน


9.เมือง เชอร์โนบิล ประเทศยูเครน แม้ว่าอุบัติเหตุเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ของโรงไฟฟ้าเชอร์โนบิล ระเบิดเมื่อวันที่ 26 เมษายน ปี 1986 จะผ่านไปเป็นเวลา 21 ปี และมีประชาชนได้รับผลกระทบมากถึง 5.5 ล้านคนแล้วก็ตาม แต่บริเวณในรัศมี19 ไมล์ รอบ ๆ โรงไฟฟ้าแห่งนี้ก็ยังเป็นบริเวณที่อยู่อาศัยไม่ได้ กัมมันตภาพรังสีส่วนใหญ่ยังถูกเก็บกักไว้ภายในโรงไฟฟ้า รอยรั่วของโครงสร้างโรงไฟฟ้าอาจทำให้น้ำไหลเข้าไปจนทำให้เกิดของเหลวเป็นพิษและปนเปื้อนในน้ำใต้ดินได้

8.เมือง นอริลสค์ ประเทศรัสเซีย เมืองนอริลสค์อยู่ในไซบีเรีย เป็นเมืองที่มีอุตสาหกรรมหลอมโลหะที่ใหญ่ที่สุดในโลก แต่ละปีมลพิษจากทองแดงและนิเกิลออกไซด์ เกือบ 500 ตัน และกำมะถันอีก 2 ล้านตันถูกปล่อยสู่อากาศ เมืองนอริลสค์เป็นหนึ่งในเมืองที่มีมลพิษมากที่สุดในรัสเซีย หิมะที่นี่มีสีดำ ประชาชนได้รับผลกระทบจากมลพิษในอากาศ 134,000 คน

7.เมือง เซอร์ซินสค์ ประเทศรัสเซีย นี่คือเมืองที่หนังสือกินเนสส์บุ๊กบันทึกว่าเป็นเมืองที่มีมลพิษทางเคมีมากที่สุดในโลก เมืองเซอร์ซินสค์เป็นศูนย์กลางการผลิตเคมีภัณฑ์และอาวุธเคมีตั้งแต่ครั้งสงครามเย็นรวมทั้งการผลิตน้ำมันที่มีสารตะกั่วด้วยมลพิษของเมืองนี้คือแก๊สซาริน แก๊สวีเอ็กซ์ รวมทั้งสารตะกั่ว มีประชาชนได้รับผลกระทบ 300,000 คน

6.เมือง ลา โอโรยา ประเทศเปรู เมืองเหมืองแร่บริเวณเทือกเขาแอนดิสและแหล่งหลอมโลหะนับตั้งแต่ปี 1922 ประชาชนในเมืองนี้ได้รับผลกระทบจากมลพิษและของเสียจากเหมืองและโรงงาน คือ สารตะกั่ว ทองแดง สังกะสี และกำมะถัน ปัจจุบันทางการเปรูขึ้นบัญชีเป็นเมืองที่มีคุณภาพอากาศอยู่ในระดับเลวร้าย 99% เด็กที่อาศัยอยู่ในและรอบ ๆ เมืองมีสารตะกั่วในเลือดสูงเกินมาตรฐานมีประชาชนได้รับผลกระทบ 35,000 คน


5.เมือง วาปี ประเทศอินเดีย เมืองวาปีอยู่ในรัฐคุชราต มีอุตสาหกรรมต่างๆ มากกว่า 50 ชนิด ในจำนวนนี้มี อุตสาหกรรมปิ โตรเคมี ยาฆ่าแมลง สิ่งทอ ยารักษาโรค เมื่อปี 1994 องค์การCentralPollution Control Board of India (CPCB) ประกาศว่าเมืองวาปีเป็นเขตมลพิษรุนแรงมลพิษมาจากของเสียในโรงงานอุตสาหกรรม อาทิ โลหะหนัก ยาฆ่าแมลง ไซยาไนด์ ทำให้ประชาชนป่วยเป็นโรคผิวหนังอักเสบ โรคปอด และมะเร็งช่องคอ น้ำใต้ดินที่เมืองวาปีปนเปื้อนสารปรอท และสารตะกั่วเกินกว่าที่องค์การอนามัยโลกกำหนดเกือบ 100 เท่า มีประชาชนได้รับผลกระทบ 71,000 คน

4.เมือง สุกินดา ประเทศอินเดีย เมืองสุกินดาอยู่ในรัฐโอริสสา แหล่งแร่โครไมท์ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศอินเดียมลพิษมาจากเหมืองแร่โครไมท์ จำนวน 12แท่ง ซึ่งดำเนินกิจการโดยไม่มีการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม เศษหินกว่า 30 ล้านตันกระจายไปทั่วบริเวณรอบ ๆ เหมืองน้ำเสียจากเหมืองซึ่งไม่ได้รับการบำบัดไหลลงแม่น้ำที่เป็นเส้นเลือดใหญ่ของชุมชน น้ำที่ใช้ดื่มปนเปื้อนสาร Hexavalent Chromium ประมาณ 60% อากาศและดินก็ปนเปื้อนสารดังกล่าวนี้ด้วยมีประชาชนได้รับผล กระทบ 2.6 ล้านคน

3.เมือง เทียนหยิง ประเทศจีน เมืองเทียนหยิงอยู่ในมณฑลอานฮุย ซึ่งเป็นมณฑลที่เป็นแหล่งผลิตสินค้าที่ใหญ่ที่สุดในประเทศจีน การใช้เทคโนโลยีต่ำการผลิตที่ผิดกฎหมาย และการขาดมาตรการควบคุมมลพิษเป็นสาเหตุทำให้เกิดการปล่อยสารตะกั่วและโลหะหนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสารตะกั่วมีปริมาณสูงกว่ามาตรฐานด้านสุขภาพหลายเท่า แหล่งปล่อยสารตะกั่วคือเหมืองตะกั่วขนาดใหญ่มีประชาชนได้รับผลกระทบ 140,000 คน

2.เมือง หลินเฟิน ประเทศจีน เมืองหลินเฟินอยู่ในมณฑลชานสีศูนย์กลางการใช้พลังงานถ่านหินของจีน เป็น 1ใน 20 เมือง ที่มีมลพิษมากที่สุดในโลกจากการศึกษาของธนาคารโลก (16 เมืองอยู่ที่จีน) และเป็นเมืองที่มีคุณภาพของอากาศเลวร้ายที่สุดในจีนจากการศึกษาขององค์การ State Environmental Protection Administration (SEPA) มลพิษที่ถูกปล่อยออกมามีหลายชนิด เช่น เขม่าคาร์บอนมอนนอกไซด์ ไนโตรเจนออกไซด์ เป็นต้น แหล่งปล่อยที่สำคัญคือโรงงานอุตสาหกรรมและยานยนต์ มีประชาชนได้รับผลกระทบจากมลพิษมากถึง 3 ล้านคน
แต่อันดับที่ 1ก็คือ........

1.เมือง ซัมกายิต ประเทศอาเซอร์ไบจาน(ประเทศไรหว่า) เมืองศูนย์กลางอุตสาหกรรมหนักและอุตสาหกรรมเคมีการเกษตร ซึ่งรวมทั้งยางสังเคราะห์ อลูมิเนียม และยาฆ่าแมลง โรงงานอุตสาหกรรมผลิตสารเคมี น้ำมัน และโลหะหนักปล่อยมลพิษสู่อากาศปีละ 70-120,000 ตัน มีประชาชนที่ได้รับผลกระทบจำนวน 275,000 คน อัตราผู้ป่วยโรคมะเร็งของเมืองนี้สูงกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศ 22-51% การเปลี่ยนแปลงของยีนรวมทั้งเด็กพิการแต่กำเนิดถือเป็นเรื่องปกติ

ขอขอบคุณที่มาดีๆ:www.kroobannok.com/blog/18999 ขอบคุณจ้า

วันอังคารที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

นอนดึกอีกแล้ว

วันนี้ก็นอนดึกอีกตามเคย เพราะต้องทำการบ้านที่จวนตัว การนอนดึกเป็นสิ่งที่ไม่ดีทุกๆคนก็ทราบกันดีแต่เราจะนอนหลับได้อย่างไงถ้าการบ้านที่ต้องส่งวันพรุ่งนี้มันยังไม่เสร็จสมบูรณ์ ทำให้เวลาตื่นตอนเช้ารู้สึกไม่แจ่มใส ง่วงนอนมาก มีบางครั้งที่แอบนอนหลับในบางวิชา เพราะง่วงมาก เรียนไม่รู้เรื่อง การที่ดิฉันนอนดึกบ่อยๆทำให้รู้สึกว่า เป็นเวลานอนที่แสนจะธรรมดา การนอนตอน23.00 น.ถือว่าเป็นการนอนที่หัวคำที่สุดและการนอนที่ดึกสุดน่าจะเป็น 02.30 น. ถ้าเป็นวันหยุดจะนอนเวลา 03.00 น. และเมื่อเวลาผ่านไปทำให้ดิฉันรู้ว่า การนอนดึกนอกจากเสียสุขภาพแล้วจะทำให้สมองไม่ปลอดโปร่ง เรียนไม่รู้เรื่อง ดังนั้นเพื่อนๆก็ควรนอนแต่หัวค่ำ เพราะปรโยชน์ที่ดีต่อร่างกายของเพื่อนๆเอง

วันพฤหัสบดีที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

งานมาก แต่ต้องทำให้เสร็จ

หลังจากที่กลับมาจากกรุงเทพฯก็ไม่มีเวลาเขียนเลย เพราะดิฉันหยุดเรียนไป 1 สัปดาห์ ทำให้ต้องทำการบ้านที่ยังไม่ได้ทำและนี้ก็เป็นสัปดาห์ที่ 3แล้วที่มีการเปิดการเรียนการสอน การบ้านก็ทะยอยมีเข้ามาเรื่อยๆ ในบางครั้งความขี้เกียจก็ครอบงำทำให้จากเดิมที่ทำการบ้านเสร็จแล้วก็มีการบ้านเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว หรือที่เรียกตามสำนวนไทยว่า "ดินพอกหางหมู" ทำให้ไม่มีเวลาอ่านหนังสือทบทวน เพราะฉะนั้นเพื่อนๆที่กำลังเป็นอย่างดิฉันจงเริ่มปฎิบัติตนใหม่ ไม่ฉะนั้นจะเสียใจถ้าเกรดเฉลี่ยออกมาไม่ดีและการที่เราเริ่มต้นได้ดี ก็ทำให้เรามีชัยไปกว่าครึ่งแล้ว